คงไม่มีใครเถึยงว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ใครในโลก
ทั้งเรื่องที่น่าภูมิใจและเรื่องที่ไม่ค่อยน่าภูมิใจเท่าไหร่
ยกตัวอย่างเช่น คุณบัณฑิต อึ้งรังษี วาทยกรไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก, นักเรียนที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกวิชาการจำนวนมาก, หรือนักกีฬาประเภทต่างๆ เป็นต้น
แต่วันนี้ผมจะพูดถึงคนเก่งในการทำงาน
เชื่อหรือไม่ว่าปัจจุบันการแข่งขันทั้งสร้าง รักษา และแย่งชิงคนเก่ง ๆ มีความรุนแรงประหนึ่งสงคราม (Talent War) เลยทีเดียว
แล้วการมองแค่คนเก่งที่สามารถทำงานในประเทศนั้นเป็นการมองที่แคบไป
ธุรกิจขนาดใหญ่ส่วนมากจะเป็นมองทั้งโลกเป็นตลาดเดียวกัน
คนเก่งก็เช่นกัน
ในฐานะที่ทุกคนก็เป็นพลเมืองของโลกเหมือนกัน การแข่งขันจึงเป็นสากลไปด้วย
ไม่เพียงแต่เราต้องแข่งกับคนเก่งจากต่างสถาบัน เรายังต้องแข่งกับคนประเทศต่างๆรอบโลกอีกมากมาย
ถามว่าทำไมในบริษัทระดับโลกส่วนใหญ่เราไม่ค่อยเห็นคนไทยไปเป็นผู้บริหารระดับสูง ที่ดูแลระดับภูมิภาคหรือระดับโลก?
เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกับเรา ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ อินเดีย หรือจีน
เราขาดอะไรไป?
อย่างที่บอกว่าไม่ใช่ว่าคนไทยไม่เก่ง แต่การที่จะไปยืนไประดับสากลได้นั้น ต้องการอะไรที่มากกว่า ทำงานเก่ง
จากการสังเกตส่วนตัว และข้อมูลที่ผู้บริหารต่างชาติมองคนไทย
สิ่งที่คนไทยขาดคือ ความสามารถที่จะโดดเด่นในเวทีสากล
รู้สึกมั้ยว่าเวลาเข้าประชุม หรืออบรมต่างๆ คนไทยจะเงียบ ไม่กล้าถามหรือแสดงความคิดเห็น
ซึ่งผู้บริหารจะมองว่าเราไม่เพิ่มคุณค่าให้กับกลุ่ม
เราอาจแยกปัจจัยออกมาเป็น 3 เรื่อง ในการที่จะทำให้เราโดนเด่น (แบบไม่เหยียบหัวใคร)ในเวทีสากล
- การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เฉพาะภาษาไทย ถ้าเราจะ go inter ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ (ในอนาคตอาจรวมภาษาจีนด้วย) ซึ่งรวมถึงการออกเสียงเอาให้คนต่างชาติฟังออกโดยไม่ต้องเดาก็พอ ไม่ต้องสำเนียงperfectเหมือนเจ้าของภาษาก็ได้ การพูดให้กระชับตรงประเด็น และการสื่อสารโดยการเขียน
- การจัดการกับความขัดแย้ง ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ คนไทยส่วนใหญ่มักไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่เห็นด้วย ไม่รู้ว่าจะให้ feedback อย่างไร
- การโชว์ว่าเรามีดีอย่างไร (Exposure) ไม่ใช่มีดี แต่ไม่มีใครรู้ และการนำเสนอตัวเองนี้ก็ไม่ใช่เฉพาะกับผู้บริหารระดับบนเท่านั้น หากต้องทำกับทุกระดับรวมถึงเพื่อนร่วมงาน และลูกน้องเราด้วย แต่แน่นอนว่าสิ่งที่เราเสนอนี้ไม่ใช่เป็นการเอาผลงานคนอื่นมาเสนอเพื่อเอาหน้า เพราะจะไม่เป็นผลดีกับใครเลยโดยเฉพาะตัวเอง
แน่นอนกว่าเราไม่สามารถพัฒนาทุกอย่างได้ในชั่วข้ามคืน แต่เราจะวางกลยุทธ์อย่างไรให้ไปถึงจุดนั้น
(จริงๆเป็นการบ้านที่ผมต้องคิดให้บริษัทด้วย ^^)
แค่ 3 ข้อนี้ถ้าเราพัฒนาได้ ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นคนไทยไปเป็นผู้บริหารระดับโลกกันมากกว่านี้อย่างแน่นอน